การป้องกันโรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก: การป้องกันและการรักษาที่คุณควรรู้

โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขในประเทศไทยและอีกหลายประเทศในเขตร้อนชื้น เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค การติดเชื้อสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนั้น การป้องกันและการรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรรู้

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

  1. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
    • เทน้ำขังในภาชนะรอบบ้าน เช่น แจกัน ยางรถยนต์เก่า และรางน้ำฝน
    • ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้สนิท
    • ปล่อยปลากินลูกน้ำในแหล่งน้ำขัง เช่น อ่างน้ำพุ หรือบ่อเลี้ยงปลา
  2. ป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด
    • ใช้ยาทากันยุงที่มีส่วนผสมของ DEET หรือสมุนไพรธรรมชาติ เช่น ตะไคร้หอม
    • ใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกายมิดชิด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวันซึ่งเป็นเวลาที่มียุงลายชุกชุม
    • ติดมุ้งลวดหรือใช้มุ้งคลุมเวลานอน
  3. พ่นสารเคมีกำจัดยุง
    • หากพบว่ามียุงลายจำนวนมากในบริเวณบ้าน ควรพ่นสารเคมีกำจัดยุงโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
    • ใช้สเปรย์กำจัดยุงในจุดอับของบ้าน เช่น ใต้โต๊ะหรือหลังตู้

อาการของโรคไข้เลือดออก

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเดงกีมักมีอาการภายใน 4-10 วันหลังถูกยุงลายกัด อาการที่พบบ่อย ได้แก่:

  • มีไข้สูงฉับพลัน
  • ปวดศีรษะและปวดกระบอกตา
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ
  • มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย
  • อาเจียนหรือเบื่ออาหาร
  • อาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือเลือดออกตามไรฟัน

หากมีอาการรุนแรง เช่น เลือดออกผิดปกติ ซึม ไม่ปัสสาวะนานกว่า 6 ชั่วโมง หรือหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

แนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออก

  1. การดูแลตัวเองที่บ้าน (กรณีอาการไม่รุนแรง)
    • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
    • รับประทานยาลดไข้ที่ปลอดภัย เช่น พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น
    • พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. การรักษาในโรงพยาบาล (กรณีอาการรุนแรง)
    • แพทย์อาจให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อป้องกันภาวะช็อก
    • ติดตามระดับเกล็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือดอย่างใกล้ชิด
    • หากมีภาวะเลือดออกมาก อาจต้องให้เลือดหรือพลาสมาเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกาย

บรรยากาศการป้องกันโรคไข้เลือดออก

คลินิกอื่น ๆ