placeholder-1200x630

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

นมแม่ดีที่สุด

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะเราเชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังให้ประโยชน์กับทารกในหลายด้าน การเตรียมตัวช่วงก่อนและระหว่างการให้นมทารกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่สมดุล

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับการใช้นมสูตรสำหรับทารก อาจลดประสิทธิภาพในการสร้างน้ำนมของคุณเองและทำให้การกลับมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อีกครั้งทำได้ยากขึ้น ดังนั้นก่อนเริ่มใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรคำนึงถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมร่วมด้วย หากจำเป็นต้องใช้นมสูตรสำหรับทารก คุณควรปฏิบัติตามข้อแนะนำในการเตรียม การใช้ และการเก็บรักษา อย่างระมัดระวังเพื่อสุขภาพที่ดีของทารก

นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก คงไม่มีใครปฏิเสธคำกล่าวนี้ นอกจากสารอาหารและโภชนาการแล้ว นมแม่ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค เปรียบเสมือนวัคซีนแรกของลูก โดยองค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่า ทารกควรได้นมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกและสามารถให้ต่อเนื่องร่วมกับอาหารอื่นๆจนถึง 2 ปีหรือ มากกว่า

มารดาควรให้นมแม่ทันทีใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอดการให้นมบุตรจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยหากปราศจากความร่วมมือระหว่างคุณแม่และครอบครัว หลักสำคัญง่ายๆ ที่คุณแม่สามารถนำมาใช้ได้คือ เทคนิค 4 ดูด”

  • ดูดเร็ว ดูดเร็ว
    ยิ่งให้ลูกกินนมแม่เร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น โรงพยาบาลหลายแห่งที่เป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก  ทันทีที่ลูกคลอดออกมา คุณหมอและพยาบาลจะรีบนำลูกมาให้เริ่มดูดนมแม่ตั้งแต่บนเตียงคลอดเลยทีเดียว การทำเช่นนั้น ลูกยังไม่ได้รับน้ำนมหรอกนะคะ แต่จุดสำคัญคือเป็นการช่วยกระตุ้นให้น้ำนมมาเร็ว ถ้าเริ่มช้า น้ำนมก็จะยิ่งมาช้านั่นเอง…และที่สำคัญกว่าก็คือ การที่ลูกน้อยซึ่งเพิ่งเกิดได้มานอนซบอกอุ่นของคุณแม่ เป็นช่วงเวลาแห่งความดื่มด่ำใจที่หาใดมาเทียบไม่ได้
  • ดูดบ่อย
    คุณแม่มือใหม่ควรให้ลูกกินนมแม่บ่อยตามที่ลูกต้องการ หิวเมื่อไรก็ให้ดูด เพราะนมแม่นั้นย่อยง่าย ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด คุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆ อาจจะประมาณทุก 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมมา หลังจากนี้ก็ให้ลูกดูดตามต้องการ โดยไม่ต้องตั้งเวลา แต่ถ้ารู้สึกคัดเต้านม ต้องให้ลูกดูดนมออกทันที การให้ลูกกินนมแม่บ่อยจะช่วยระบายน้ำนมออกจากเต้า และให้เต้านมสร้างน้ำนมใหม่เรื่อยๆ ไม่เช่นนั้น คุณแม่จะเจ็บเพราะคัดเต้านม และทำให้เต้านมสร้างน้ำนมได้น้อยลงด้วย วิธีที่จะทราบว่าลูกน้อยหิวนมแม่แล้ว ก็คือสังเกตอากัปกิริยาของลูก เมื่อไรที่ลูกเริ่มส่ายหน้าหาหัวนม เอามือถูที่ปาก หรือทำท่าดูด ฯลฯ แสดงว่า ลูกต้องการดูดนมแล้ว
  • ดูดเกลี้ยงกว่านอกจากดูดถูกวิธีแล้ว การให้ลูกกินนมแม่แต่ละครั้งต้องนานพอ เพื่อให้ลูกดูดนมได้จนเกลี้ยงเต้า เต้านมจะได้ผลิตน้ำนมใหม่อย่างต่อเนื่อง ป้องกันปัญหาการมีน้ำนมน้อยลง และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือน้ำนมก้นเต้าหรือน้ำนมส่วนหลังมีไขมันสำคัญอย่างดีเอชเอที่จะไปเสริมพัฒนาการลูกน้อยทางสมองและสายตาของเจ้าตัวเล็ก ทั้งยังมีน้ำย่อยไลเปสช่วยย่อยไขมันจากนม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ลูกกินนมแม่แล้วท้องไม่ผูกวิธีสังเกตเพื่อให้คุณแม่แน่ใจว่าลูกดูดนมเกลี้ยงเต้าก็คือ หลังให้ลูกดูดนมเสร็จแล้ว เต้านมนิ่มลงทั้งเต้า อาการเจ็บตึงที่เต้านมหรือที่เรียกว่านมคัดก็หายไปด้วย ถ้ายังไม่แน่ใจให้ลองบีบเต้านมดู  น้ำนมจะไม่พุ่งแต่ออกมาเพียง 1-2 หยดเท่านั้นการดูดนมแต่ละครั้งควรนานพอโดยหลังดูดเสร็จเต้านมควรนิ่มลงทั้งเต้า อาการเริ่มคัดนมหายไป  โดยพบว่าน้ำนมก้นเต้าหรือน้ำนมส่วนหลังมีไขมันสำคัญอย่าง ดีเอชเอ DHA (DHA ช่วยส่งเสริมการพัฒนาสมองและสายตา เพราะเป็นโครงสร้างสำคัญของเซลล์สมองและประสาทตา ซึ่งตามแนวทางของ FAO แนะนำให้เด็กอายุ 2-4 ปี ได้รับสารอาหารกลุ่ม DHA 100-150 มก.ต่อวัน เพื่อให้ลูกรักสามารถใช้ในกาพัฒนาทางสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการศึกษาพบว่า ปริมาณ DHA ในน้ำนมแม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณ DHA ที่แม่รับประทานเข้าไป เมื่อ DHA 100 มก. ทำงานร่วมกับ ซินไบโอติก จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับเด็ก) ที่จะเสริมพัฒนาการของลูก การดูดนมจึงควรดูดให้เกลี้ยงเต้า
  • ดูดถูกวิธี ท่าดูดนมที่ถูกต้องสำหรับลูกมีดังนี้ค่ะ
    1. ปากลูกต้องเปิดกว้าง เพื่ออมหัวนมให้ลึกที่สุดจนมิดลานนม ถ้าลานนมกว้างก็ให้อมให้มากที่สุด คางแนบเต้า ปลายจมูกชิดหรือแตะเต้านม และริมฝีปากบน-ล่างบานออก
    2. ลูกดูดแรงโดยใช้ลิ้นรีดน้ำนมเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ได้ยินเสียงกลืนนมเป็นจังหวะ
    3. ถ้าลูกไม่ค่อยดูดหรือดูดช้าลง ให้บีบเต้านมช่วยเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมเข้าปากลูก วิธีสังเกตว่าลูกกินนมแม่ “ถนัดดี”
      • ลูกอ้าปากกว้างดี
      • คางของลูกจรดกับเต้านมแม่
      • ตัวลูกอยู่ในแนวเส้นตรง
      • ปากลูกอมทั้งหัวนม และด้านล่างของลานหัวนม
      • จมูกลูกไม่ถูกสิ่งใดกดเบียด
      • ลูกเริ่มดูดทันที จากนั้นค่อยๆ ปรับจังหวะดูดแรงและหนักขึ้น
      • ขณะดูดนม สังเกตเห็นขากรรไกรและใบหูของลูกขยับเล็กน้อยตามจังหวะการกลืน
      • แม่ลูกได้สบตากันด้วย
แหล่งที่มา :

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

โรคติดต่อที่เกิดจากยุง

โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลกจึงขอกล่าวถึงกลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุงเป็นพาหะ นำโรคที่พบบ่อยได้แก่ โรคไข้เลือดออกเดงกี่ โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี และโรคมาเลเรีย เพื่อให้ทุกท่านสามารถรับมือป้องกันโรคกลุ่มนี้กัน

อ่านต่อ »

โรคที่มากับฤดูฝน ตอนที่ 1

ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคม เนื่องจากความชื้นในอากาศและปริมาณน้ำฝนมากกว่าเดือนอื่นๆ เป็นสาเหตุของโรคที่เกิดจากความชื้นและน้ำขังได้

อ่านต่อ »

ปอดอักเสบ คุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทัน ลูกน้อยปลอดภัย

เมื่อลูกน้อยเจ็บป่วยคราใด ใจพ่อแม่ก็เจียนขาด  ภาวนาให้ตัวเองเจ็บแทนเสียยังจะดีกว่าไหม ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทันและดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายได้ก็คงจะดี…โดยเฉพาะโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมยิ่งรู้เร็วก็สามารถรักษาได้เร็ว

อ่านต่อ »